|
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
| : | ||||
|
|
|
|
|
บทความทางด้านกฎหมาย |
| ๐๑ - พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย รั้วป้องกันขโมยในยุคแห่งการแย่งชิงทรัพยากร |
| ๐๒ - การจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ รูปแบบใหม่ของการคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย |
| ๐๓ - อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพกับศาลรัฐธรรมนูญ เสมือนหนึ่งเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา |
| ๐๔ - พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 |
| ๐๕ - ความเข้าใจ พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย |
| ๐๖ - ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนคุ้มครองตาม พ.ร.บ. |
| ๐๗ - สรุปผลความก้าวหน้าและผลการดำเนินงานกฎหมายปีงบประมาณ 2543 |
| ๐๘ - สรุปผลการเตรียมการและขั้นตอนการดำเนินการ "สรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ" |
สรุปผลความก้าวหน้าและผลการดำเนินงานกฎหมาย ปีงบประมาณ 2543กลุ่มงานคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย สถาบันการแพทย์แผนไทย 1.แผนปฏิบัติงาน ปี 2543 1. โครงการเผยแพร่ พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย โดยการจัดพิมพ์หนังสือพระราชบัญญัติคุ้มครอง และส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย 65,000 ฉบับ และเอกสารเกี่ยวกับกฎหมาย ได้แก่ ทำคู่มือไขข้อข้องใจ "20 คำถามน่ารู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย" และเอกสารประกอบการประชุมต่างๆ เอกสารประกอบการประชุมประชาพิจารณ์ ตลอดจนได้จัดส่งให้ภูมิภาคด้วย 2. โครงการยกร่างกฎกระทรวงและประชาพิจารณ์ งานกฎหมายได้จัดให้มีการประชุม 2 ลักษณะ คือ 2.1) การจัดประชุมเพื่อยกร่างกฎกระทรวง ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อร่างหลักเกณฑ์ แนวทางการยกร่างกฎกระทรวง ในการนี้ได้จัดประชุมระดมความคิดเห็นของหมอพื้นบ้าน แพทย์แผนไทย นักวิชาการ นักกฎหมาย เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และองค์กรพัฒนาเอกชน เพื่อให้ได้กรอบเบื้องต้นในการยกร่างกฎกระทรวงเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 25422 ธันวาคม 2542 ณ วังรีรีสอร์ท ผล ได้รับกรอบในการยกร่างกฎกระทรวง 5 เรื่องหลัก และประเด็นย่อย ดังนี้ นอกจากนี้ยังกำหนดค่าธรรมเนียม (มาตรา 4), กำหนดระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย การผลิตยาเพื่อยังชีพแบบพื้นบ้าน, การให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินของเอกชนที่ได้ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 64 65 ฯลฯ 2.2) การจัดประชุมยกร่างกฎกระทรวง ภายหลังจากได้กรอบการยกร่างกฎกระทรวง จึงได้จัดตั้งคณะกรรมการยกร่างกฎกระทรวงขึ้นมา 1 คณะ ประกอบด้วยนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์แผนไทย ทนายความ นักนิติศาสตร์ นักวิชาการการแพทย์แผนไทย แพทย์อายุรเวท แพทย์พื้นบ้าน โดยที่ผู้แทนจากกองนิติการ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ยกร่างกฎกระทรวงจากกรอบที่ประชุมเชิงปฏิบัติการ ดังกล่าว ( ตามข้อ 2.1) ผล ร่างกฎกระทรวงฯ จนครบ 8 ฉบับ ประกาศฯ 4 ฉบับ และระเบียบฯ 4 ฉบับ 2.3) การจัดประชุมประชาพิจารณ์ร่างกฎกระทรวง ได้จัดประชุมประชาพิจารณ์ร่างกฎกระทรวง ตามกฎหมายคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย 5 ครั้ง ใน 5 ภูมิภาค ดังนี้ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2543 ณ อาคารสัมมนา ชั้น 9 ตึกเพียรวิจิตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2543 ณ ห้องหัวหุ่น อาคารหุ่นยนต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2543 ณ ห้องทองกวาว สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2543 ณ ห้อง 302 อาคารเทพรัตน์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กรุงเทพฯ ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2543 ณ ห้องประชุมอาคารสวนกีฬา กระทรวงสาธารณสุข ผล ที่ประชุมประชาพิจารณ์ส่วนใหญ่เห็นว่าวิทยากร การดำเนินการจัดประชาพิจารณ์บนเวที การให้โอกาสมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น สถานที่จัดประชุม อาหารและเครื่องดื่ม อยู่ในเกณฑ์ดี แต่สิ่งที่ควรปรับปรุง คือ ระยะเวลาการจัดประชุม และการประชาสัมพันธ์ ส่วนประเด็นที่ได้รับความสนใจ ส่วนใหญ่อยู่ในหมวด 2 ได้แก่ หลักเกณฑ์วิธีการการได้มาซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิ มติ ให้ใช้การเลือกตั้ง โดยมีคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งที่เป็นกลาง มีบทบาทในการกระตุ้นการมีส่วนร่วมในกลุ่มเครือข่ายผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ จำนวนสัดส่วนระหว่างผู้ทรงคุณวุฒิภาครัฐและภาคเอกชนเท่ากัน ฝ่ายละ 11 คน โดยมีสัดส่วนหมอพื้นบ้าน 4 ภาค 4 คน นอกนั้นจำนวน 1 คน และ นักวิชาการ 2 คน (จากสถาบันวิชาการภาครัฐ 1 คน, ภาคเอกชน 1 คน) ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้มีความพร้อมและสมัครใจจะเป็นคณะกรรมการภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย คุณสมบัติของผู้สมัครเป็นผู้แทนวิชาชีพ โดยเฉพาะหมอพื้นบ้าน หลักเกณฑ์และวิธีการของกองทุน ต้องการให้มีการกระจายอำนาจการจัดสรร การพิจารณาโครงการ การติดตามประเมินผลให้มีตัวแทนของจังหวัดหรือส่วนท้องถิ่นด้วย ผู้ประชุมเกิดความกังวลเรื่องกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม เกรงว่าการประกาศสมุนไพรควบคุม จะทำให้เกิดการปิดกั้นการค้าขายสมุนไพร 2.4) การประชุมเชิงปฏิบัติการบทบาทนายทะเบียน เมื่อวันที่ 46 สิงหาคม 2543 ณ ห้องประชุมวีไอพี อาคารสวนกีฬา กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดประชุมกลุ่มสนทนาเพื่อเตรียมการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการนายทะเบียนกับการจดทะเบียนสิทธิ์ ในวันที่ 24 26 สิงหาคม 2543 ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคารสวนกีฬา กระทรวงสาธารณสุข โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่ทำงานด้านการแพทย์แผนไทย ผล มีผู้เข้าร่วมประชุม 83 คน จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ ที่ประชุมมีมติให้จัดสรรงานการแพทย์แผนไทยในจังหวัด เพื่อความสามารถในการรองรับภารกิจตามกฎหมายนี้ โดยการเกลี่ยข้าราชการในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และใช้วิธีการจ้างลูกจ้าง เพื่อช่วยงานในภาวะปฏิรูประบบราชการ 3. โครงการบัณฑิตอาสาพัฒนาภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย มีเป้าหมายที่จะพัฒนาบัณฑิต ให้เข้ามารับรู้ปัญหาวิกฤตการณ์ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เป็นผู้กระตุ้นให้เกิดการรวมเป็นเครือข่าย สร้างการมีส่วนร่วมในการรวบรวม สังคายนาสูตรตำรับและตำราการแพทย์แผนไทย และให้คำแนะนำแก่หมอพื้นบ้าน วัด ชุมชนในการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญา องค์ความรู้การแพทย์พื้นบ้าน ในการนี้ได้ดำเนินการประสานงานติดต่อองค์กรร่วมจัดที่มีวัตถุประสงค์ใกล้เคียง เช่น สภาทนายความ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม ผล เนื่องจากกฎกระทรวงยังไม่ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎกระทรวง จึงยังไม่พร้อมที่จะฝึกอบรมอาสาสมัคร จึงได้ประสานกับทางสภาทนายความ ซึ่งมีหลักสูตรฝึกอบรมอาสาสมัครทนายความพิทักษ์สิ่งแวดล้อม และได้ประสานให้มีการบรรจุเรื่อง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2543 เข้าในหลักสูตรด้วย พร้อมทั้งขอให้เจ้าหน้าที่จากสถาบันฯ เข้าร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์ตลอดหลักสูตรด้วย 4. โครงการพิทักษ์สิทธิภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อพิทักษ์สิทธิภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ได้จัดประชุมหลักเกณฑ์และวิธีการประกาศสมุนไพรควบคุม เมื่อเดือนธันวาคม 2542 เพื่อเป็นแนวทางในการตอบคำถามในช่วงการประชุมประชาพิจารณ์ ผล ได้พิจารณาเกณฑ์ ซึ่งมีความละเอียดอ่อน มีความแตกต่างของระบบนิเวศน์ และข้อมูลในการตัดสินเกณฑ์ยังไม่เพียงพอ ในการนี้ได้นำข้อมูลจากงานวิจัยเรื่อง การมีส่วนร่วมของชุมชนในการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ของ รองศาสตราจารย์เสาวภา พรสิริพงษ์ ให้คณะกรรมการช่วยกรองเฉพาะที่เข้าเกณฑ์สมุนไพรควบคุม ซึ่งได้สมุนไพรควบคุมจำนวนหนึ่ง และต้องมีการประชุมคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน 2.งานประชุมคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎกระทรวง ผล พิจารณาร่างกฎกระทรวงเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ และวิธีการในการเลือกตั้งผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์แผนไทย และการส่งเสริมการจัดตั้งเครือข่ายการแพทย์แผนไทย 3.งานประสานงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายนี้ ผล ได้รับการตอบรับเข้าร่วมประชุมจากองค์ประกอบผู้ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายนี้ เช่น นักวิชาการด้านการแพทย์แผนไทย เจ้าหน้าที่สาธารณสุข สื่อมวลชน ทนายความ สมาคมแพทย์แผนไทย หมอพื้นบ้าน กลุ่มผู้ผลิตและจำหน่ายยาแผนไทย และผู้สนใจทั่วไปแต่ละภูมิภาคอย่างน้อย 200 คน ต่อแห่ง และมีรายงานการประชาพิจารณ์ในทุกภูมิภาค ดังที่ได้สรุปประเด็นข้อพิจารณ์แล้วในข้างต้น 4. การประสานงานกับกฎหมายอื่น 5. การตอบกระทู้ 6. งานรณรงค์จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์และคู่มือ 7. งานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย ภารกิจปี 2544 |
|